ตราสัญลักษณ์
อำเภอหัวหิน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ติดกับทะเลอ่าวไทย พื้นที่ มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทิศตะวันตกเป็นภูเขา พื้นที่ลาดเอียงลงสูงทะเล อ่าวไทยมีพื้นที่รวม 86.36 ตารางกิโลเมตร หรือ 53,975 ไร่ มีถนนเพชรเกษม (ทางหลวง หมายเลข 4) ตัดผ่านจากทิศเหนือจรด ทิศใต้ ยาวประมาณ 22 กิโลเมตร ห่างจากจังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ 90 กิโลเมตร และห่างจากกรุงเทพมหานคร ประมาณ 195 กิโลเมตร
อาณาเขต
เทศบาลนครหัวหิน มีอาณาเขตติดต่อ
ทิศเหนือ
จรดเขตเทศบาลเมืองชะอำ ห้วยทรายใต้ จังหวัดเพชรบุรี
ทิศใต้
จรดตำบลหนองหอย อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ทิศตะวันออก
จรดทะเลอ่าวไทย
ทิศตะวันตก
จรดตำบลทับใต้ และตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน
ลักษณะภูมิประเทศ
อำเภอหัวหิน ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาตะนาวศรีและอ่าวไทยมีส่วนกว้างประมาณ 60 กิโลเมตร ลักษณะพื้นที่ทั่วไปทางตะวันตก ซึ่งติดต่อกับสหภาพพม่าเป็นทิวเขาสูงประกอบด้วยป่าไม้ พื้นที่ค่อยๆ ลาดต่ำลงมาทางตะวันออกเป็นป่าละเมาะเล็กๆ จรดชายฝั่ง ทะเลเหมาะแก่การกสิกรรมและเลี้ยงสัตว์ มีเกาะเล็ก อยู่ทางทิศใต้ของเขาตะเกียบ 1 เกาะ คือเกาะสิงโต มีทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ ป่าไม้ และแร่หินควอทซ์
          ในปี พ.ศ.2480 ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้ง เทศบาลตำบลหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยยกฐานะตำบลหัวหิน และตำบลหนองแก กิ่งอำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ เฉพาะในเขตสภาจัดบำรุงสถานที่ชายทะเล ทิศตะวันตกเป็นเทศบาลตำบล มีพื้นที่รับผิดชอบ 72 ตารางกิโลเมตร
เริ่มแรก
ในการจัดตั้งเทศบาลตำบลหัวหิน มีราษฎรประมาณ 4,000 คน มีบ้านเรือนประมาณ 500 หลัง และมีรายได้ประมาณ 30,000 – 40,000 บาท และเมื่อ พ.ศ.2492 กิ่งอำเภอหัวหิ นยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอหัวหิน เทศบาลตำบลหัวหิน จึงอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยน แปลงเขตเทศบาลตำบลหัวหินจังหวัดประจวบ คีรีขันธ์ พ.ศ.2538 โดยขยายเขตเพิ่มเติมจากเดิม 72 ตารางกิโลเมตร เป็น 86.36 ตารางกิโลเมตร มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งขยายพื้นที่ลงไปในทะเล 500 เมตรด้วย เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2547 ได้มี ประกาศกระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนแปลงฐานะจาก เทศบาลตำบลหัวหินเป็นเทศบาลเมืองหัวหิน
เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2567 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศกระทรวงมหาดไทย ลงวันที่ 27 กันยายน 2567 เปลี่ยนแปลงฐานะเทศบาลเมืองหัวหิน อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็น เทศบาลนครหัวหิน ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 เป็นต้นไป
พ.ศ. 2480
ได้มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลตำบลหัวหิน
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดูแลพื้นที่ตำบลหัวหิน
และตำบลหนองแก กิ่งอำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี
จังหวัดประจวบคีรีขันธ์เฉพาะในเขตสภาจัดบำรุง
สถานที่ชายทะเลทิศตะวันตกเป็นเทศบาลตำบลหัวหิน
มีพื้นที่รับผิดชอบ 72 ตารางกิโลเมตร
ด้านใต้ ตั้งต้นจากหลักเขตหมายเลข 1 ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันตก ของทางรถไฟ และห่างจากทางรถไฟในเขตตำบลหนองแก กิ่งอำเภอหัวหิน อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ 3 กิโลเมตร เป็นเส้นตรงตั้งได้ฉากกับทาง รถไฟตรงหลักกิโลเมตรที่ 226 ซึ่งเป็นหลักเขตหมายเลข 2 จากหลัก เขตหมายเลข 2 เป็นเส้นตรงตั้งได้ฉากกับทางรถไฟ ไปจดชายทะเลซึ่งเป็นหลักเขตหมายเลข

ด้านตะวันออก จากหลักเขตหมายเลข 3 เลียบชายทะเลไปทาง ทิศเหนือจดหลักเขตหมายเลข 4 ตรงเส้นเขตแดนระหว่างจังหวัด เพชรบุรีกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ด้านเหนือ จากหลักเขตหมายเลข 4 ถือตามเส้นแบ่งเขตระหว่าง จังหวัดเพชรบุรีกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไปทางทิศตะวันตกจด หลักเขตหมายเลข 5 ซึ่งอยู่ห่างจากทางรถไฟ 3 กิโลเมตร

ด้านตะวันตก จากหลักเขตหมายเลข 5 ขนานและห่างจากทางรถไฟ 3 กิโลเมตรไปทางทิศใต้ จดหลักเขตหมายเลข 1
ต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลตำบลหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พ.ศ. 2538โดยขยายเขตเพิ่มเติมจากเดิม 72 ตารางกิโลเมตร เป็น 86.36 ตารางกิโลเมตร มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งขยายพื้นที่ ลงไปในทะเล 500 เมตร ด้วย ระยะแรกการจัดตั้ง เทศบาลตำบลหัวหินมีราษฎรประมาณ 4,000 คน มีบ้านเรือนประมาณ 500 หลัง และมีรายได้ประมาณ 30,000 - 40,000 บาท และเมื่อ พ.ศ. 2492 กิ่งอำเภอหัวหินยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอหัวหิน และต่อมาเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547 ได้มีการประกาศ กระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนแปลงฐานะจาก เทศบาลตำบลหัวหินเป็นเทศบาลเมืองหัวหิน
เทศบาลนครหัวหิน เป็นที่ตั้งของเขตพระราชฐาน คือ วังไกลกังวล ซึ่งเป็นที่ประทับ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ขณะ แปรพระราชฐาน เทศบาลเมืองหัวหินเป็นเขตควบคุมมลพิษตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ.2539) และเป็นเขตพื้นที่ที่ใช้มาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตามประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2547
(1) จัดระบบและพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ระบบสาธารณูปโภค-สาธารณูปโภคปการสำหรับเมือง
(2) พัฒนาเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีศักยภาพและเป็นหมุดหมายของประชากรโลกภายใต้ความร่วมมือของภาคีเครือข่าย ด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
(3) จัดการศึกษาที่มีคุณภาพ ได้มาตรฐานเพื่อการพัฒนาคน และส่งเสริมรักษาศาสนา วัฒนธรรมประเพณีภูมิปัญญา เพื่อพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
(4) พัฒนาศักยภาพองค์กรด้านการเงินการคลังเพื่อสร้างระบบบริการสาธารณะที่มีประสิทธิภาพและทันสมัย
(5) สร้างและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับประชาชนทุกกลุ่มวัย มีความเท่าเทียม มั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
(6) บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมเมืองที่ดีและยั่งยืนภายใต้ความร่วมมือของทุกภาคีเครือข่าย
(1) ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจ
(2) ส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และนันทนาการ
(3) ส่งเสริมและพัฒนาการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
(4) ส่งเสริมและพัฒนาสวัสดิการ สังคม ชุมชน และคุณภาพชีวิต
(5) ส่งเสริมและพัฒนาการบริหารงานและบริการ

ยุทธศาสตร์ที่ 1 ส่งเสริมและพัฒนาการท่องเที่ยว โครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจ
(1.1) เพิ่มศักยภาพในการเป็นเมืองแห่งการท่องเที่ยว
(1.2) พัฒนาเส้นทางคมนาคม การจราจร ไฟฟ้าสาธารณะและผังเมือง
(1.3) เพิ่มประสิทธิภาพ คุณภาพในการผลิตน้ำประปา

ยุทธศาสตร์ที่ 2 ส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา ศาสนา วัฒนธรรม และนันทนาการ
(2.1) พัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน
(2.2) พัฒนาคุณภาพประสิทธิภาพของบุคลากรทางการศึกษา
(2.3) พัฒนาการอนุรักษ์ และส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิปัญญาท้องถิ่น กิจกรรม พระราชพิธี รัฐพิธี และความเป็นไทย
(2.4) พัฒนาและส่งเสริมกีฬา นันทนาการ กิจกรรมเด็ก เยาวชนและประชาชน

ยุทธศาสตร์ที่ 3 ส่งเสริมและพัฒนาการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
(3.1) พัฒนาระบบบริการสาธารณสุขให้ได้มาตรฐานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
(3.2) ส่งเสริม สนับสนุน เพิ่มความรู้ ความเข้าใจด้านสาธารณสุขแก่เด็ก เยาวชนและประชาชน
(3.3) พัฒนาส่งเสริมสร้างจิตสำนึกในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและการจัดการทรัพยากร ธรรมชาติเพื่อการป้องกันและลดปัญหามลพิษ
(3.4) พัฒนาระบบการจัดการน้ำเสีย ขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลให้ได้มาตรฐาน

ยุทธศาสตร์ที่ 4 ส่งเสริมและพัฒนาสวัสดิการ สังคม ชุมชน และคุณภาพชีวิต
(4.1) น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
(4.2) เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน
(4.3) จัดสวัสดิการให้กับประชาชนอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม
(4.4) เพิ่มความรู้ความเข้าใจ และปลูกฝังจิตสำนึกให้ตระหนักถึงพิษภัยของยาเสพติดให้แก่เด็กเยาวชน และประชาชน
(4.5) พัฒนาระบบการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย การรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ยุทธศาสตร์ที่ 5 ส่งเสริมและพัฒนาการบริหารงานและบริการ
(5.1) ส่งเสริมประชาธิปไตย ความเสมอภาค สิทธิ เสรีภาพของประชาชน และการมีส่วนร่วม ของประชาชนในการพัฒนาท้องถิ่น
(5.2) พัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพ
(5.3) พัฒนาศักยภาพในการบริหารและปฏิบัติการสำหรับบุคลากรทุกระดับ
(5.4) พัฒนาระบบการให้บริการประชาชนอย่างเสมอภาคเกิดความพอใจสูงสุด
(5.5) พัฒนาสถานที่ปฏิบัติงานเหมาะสม