• ปรับขนาด
    ตัวอักษร
บริการประชาชน
น้องหัวหิน
22.39
น้องหัวหิน
สวัสดีจ้าาา...วันนี้มีอะไรให้น้องช่วยคะ ถามน้องหัวหินมาได้เลย จะรีบไปหาคำตอบให้ค่ะ
22.39
เลขที่บัตรประชาชน :
รหัสผ่าน :
สนใจข้อมูลอะไรเป็นพิเศษค่ะ
ร้องเรียนร้องทุกข์
 
 
 
ภูมิปัญญาท้องถิ่น
ผีพุ่งไต้

ผีพุ่งไต้

“เอ้าเฮละโล เฮละลา เฮโลเฮลา สาละพาเฮโล
ทำบุญตักบาตร เข้าวัดฟังธรรม วันตรุษสงกรานต์ เราก็มาเฮโล
เอ้าเฮละโล เฮละลา เฮโลเฮลา สาละพาเฮโล
ปีนี้ส้มส้า ปีหน้าส้มโอ ลุงมาป้าใหญ่ ทำไร่แตงโม”

          เสียงร้องเพลงพื้นบ้านดังขึ้น ผู้เป็นหัวหน้า เป็นผู้ถือไต้ เป็นผู้ร้องนำตามด้วยเสียงร้องรับของลูกแถวพร้อมกับการวิ่งตามกันเป็นแถวยาวผู้เป็นหัวหน้าอยู่หัวแถวเป็นคนวิ่งนำ การละเล่นพื้นบ้านนี้เรียกว่า “ผีพุ่งไต้” เป็นการละเล่นพื้นบ้านของคนพื้นบ้านแถบ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี อำเภอปราณบุรี อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในสมัยปู่ ย่า ตา ยาย การละเล่นชนิดนี้เป็นที่นิยมกันมาก ปัจจุบันได้เงียบหายหมดความนิยมไป
          จากคำบอกเล่าของ ผู้เฒ่า คนเก่า คนแก่ เล่าว่า “ผีพุ่งไต้” เป็นการละเล่นพื้นบ้านที่มีมานานนมนับตั้งแต่จำความได้ นิยมเล่นกันในหน้าเทศกาลตรุษสงกรานต์ เมื่อเทศกาลตรุษสงกรานต์เวลาเช้าชาวบ้านจะหอบหิ้วลูกหลานนำข้าวปลา อาหาร ขนม ข้าวต้ม ไปทำบุญที่วัด เสร็จจาการทำบุญในเวลาเช้า เวลาบ่ายจะทำการรดน้ำดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่ คนเฒ่า คนแก่พอตกมืดชาวบ้านจะออกมารวมตัวกันตามชายหาดหัวหินบ้าง ตามบริเวณลานกว้างบ้าง เพื่อร่วมการละเล่นต่างๆ เช่น เข้าแม่ศรี หมาจิ้งจอก เข้าลิงลม รวมทั้งการละเล่น “ผีพุ่งไต้”
          การละเล่น “ผีพุ่งไต้” มีคนเล่นจำนวนมาก แล้วแต่ขบวนหรือแถวจะมีความยาวสั้น แค่ไหน บางที่ 10 – 20 คน หรือถ้าแถวควรจะมีถึง 30 - 40 คน ก็ได้ ผู้เล่นจะมีทั้งผู้หญิง ผู้ชาย การแต่งกายแบบชาวบ้านพื้นเมืองธรรมดา ผู้เป็นหัวหน้าอยู่หัวแถวถือไต้ที่จุดไฟแล้ว คนที่สอง คนที่สาม ที่สี่...... จนกระทั่งคนสุดท้ายปลายแถวถือไต้หนึ่งอัน ทุกคนจะจับมือกันแน่นแบบมัดข้าวต้ม เพื่อให้แถวไม่ขาดง่าย หัวหน้าผู้ถือไต้เป็นผู้ร้องเพลงนำ ซึ่งเป็นเพลงพื้นบ้านมีหลายท่อนหลายตอน แล้วแต่หัวหน้าจะเป็นผู้ร้องนำ เมื่อหัวหน้าร้องนำ ลูกแถวก็จะร้องรับตาม หัวหน้าจะถือไต้ออกวิ่งนำ ลูกแถวก็จะวิ่งตามกันเป็นพรวนเป็นแถวยาว บางครั้งในช่วงกลางแถว ลูกแถวสองคนจะชูขึ้นให้สูง เพื่อให้หัวหน้าลอดแล้วลูกแถวคนอื่นๆก็จะลอดตามกันไปจนหมดแถว
          เมื่อถามถึงที่มาของการละเล่น “ผีพุ่งไต้” แล้ว ผู้เฒ่า ผู้แก่ บางคนบอกว่า อาจจะเป็นการเห็นดาวตก ที่มีลักษณะเป็นกลุ่มแสงทอดยาว ส่วนหัวจะใหญ่ และส่วนปลายจะเล็กลงเรื่อยๆเป็นหางพุ่งลงมาจากฟ้า ซึ่งคนในสมัยนั้นเข้าใจว่าเป็นผี และลำแสงที่เห็นเป็นแสงสว่างเหมือนกับแสงไต้ จึงเรียก “ผีพุ่งไต้” และได้คิดดัดแปลงนำมาประดิษฐ์เป็นการละเล่นพื้นบ้าน ผู้เฒ่าบางคนได้บอกว่า ในเทศกาลตรุษสงกรานต์ เวลาเช้าชาวบ้านได้ร่วมกันทำบุญ แล้วเวลาค่ำจึงได้ร่วมกันละเล่น “ผีพุ่งไต้” โดยถือว่าเป็นการขับไล่ผีสางความชั่วต่างๆ ให้หมดไปพร้อมกับปีเก่า ให้ปีใหม่ที่จะเข้ามามีแต่สิ่งดีสิ่งที่เป็นมงคลให้ชาวบ้านมีแต่ความสุขปลอดจากโรคภัยไข้เจ็บ เพราะในสมัยก่อน วันตรุษสงกรานต์ถือเป็นวันขึ้นปีใหม่ของไทย ไม่มีใครยืนยันได้ว่าความคิดของใครถูกต้อง เพราะผู้เฒ่าเก่าแก่ที่รู้จริงได้ล้มหายตายจากไป เหลือเพียงผู้ที่ได้ละเล่นสืบทอดกันมาเท่านั้น
          เมื่อการละเล่นได้เสร็จสิ้นลง ทุกคนล้วนแต่มีใบหน้าที่เบิกบาน แจ่มใส อิ่มเอิบ มีความสุขใจราวกับได้ขจัดสิ่งชั่วร้ายออกไปเหมือนได้พรอันประเสริฐปานนั้น เรื่องราวของเพลงพื้นบ้าน การละเล่นพื้นบ้าน “ผีพุ่งไต้” นับแต่จะสูญหายไป ปัจจุบันหาดูได้ลำบากมากแทบจะไม่มีให้เห็นเลย โชคดีที่ยังพอมีผู้เฒ่า คนเก่า คนแก่ พอจำการละเล่น ชนิดนี้ได้แล้วนำมาเล่าสู่กันฟัง แต่จะมีอีกสักกี่คนที่ยังพอจดจำการละเล่นพื้นบ้านนี้ได้ และถ่ายทอดสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ก่อนที่การละเล่นพื้นบ้านนี่จะสูญหายไป เรามาสืบสานวัฒนธรรมประเพณีการละเล่นพื้นบ้าน เพื่อให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จักและรักษากันไว้สืบไปเถิด